สมรรถนะหลักของผู้เอื้ออำนวย (Facilitators) ตามมาตรฐานของ IAF (IAF Core Competencies)
IAF ย่อมาจาก The International Association of Facilitators คือ องค์กรวิชาชีพระดับโลกที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศิลปะและการฝึกปฏิบัติในการเอื้ออำนวยอย่างมืออาชีพ ผ่านวิธีการแลกเปลี่ยน, การเติบโตอย่างมืออาชีพ, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ และ เครือข่ายของเพื่อนร่วมงาน

กรอบสมรรถนะหลักของผู้เอื้ออำนวย (Facilitator) ถูกพัฒนาขึ้นมาหลายปี โดย IAF ด้วยการสนับสนุนของสมาชิกของสมาคมและผู้เอื้ออำนวยจากทั่วโลก ถูกทดลองใช้ผ่านเวลามาอย่างยาวนาน ประกอบด้วยพื้นฐานทางทักษะ, ความรู้ และ พฤติกรรมที่ผู้เอื้ออำนวยต้องมี เพื่อให้การเอื้ออำนวยบรรลุผลในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาก แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่ม A สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใช้บริการ
A1. พัฒนาความร่วมมือในการทำงาน
- ทำพันธสัญญาร่วมกันให้ชัดเจน
- พัฒนาฉันทามติในงานต่าง ๆ, การส่งมอบ, บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ
- สาธิตคุณค่าและกระบวนการในการร่วมมือ เช่น การเอื้ออำนวยร่วม
A2. ออกแบบและปรับแต่งเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
- วิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กร
- วินิจฉัยความต้องการของลูกค้า
- สร้างงานออกแบบที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุผลตามที่ตั้งใจ
- กำหนดล่วงหน้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพและผลลัพธ์กับลูกค้า
A3. บริหารจัดการกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
- ทำสัญญากับลูกค้าในขอบเขตงานและสิ่งที่จะส่งมอบ
- พัฒนาแผนงานกิจกรรม (Event)
- ส่งมอบงานกิจกรรม (Event) ได้สำเร็จ
- ประเมินผล (Assess) หรือการประเมิน (Evaluate) ความพึงพอใจของลูกค้าในทุกขั้นตอนของงานกิจกรรม (Event) หรือโครงการ (Project)

กลุ่ม B วางแผนกระบวนการกลุ่มอย่างเหมาะสม
B1. เลือกวิธีการและกระบวนการอย่างชัดเจนซึ่ง:
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผยด้วยความเคารพต่อวัฒนธรรมของลูกค้า บรรทัดฐานและความหลากหลายของผู้เข้าร่วม
- สร้างการมีส่วนร่วมด้วยการเรียนรู้ที่หลากหลาย หรือ รูปแบบการคิดที่แตกต่างกัน
- บรรลุผลสำเร็จในสินค้าที่มีคุณภาพสูง หรือ ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า
B2. เตรียมเวลาและพื้นที่เพื่อรองรับกระบวนการกลุ่ม
- จัดพื้นที่ทางกายภาพเพื่อสนับสนุนเป้าประสงค์ของการประชุม
- วางแผนการใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มอบบรรยกาศและเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่ม C สร้างและรักษาสภาพแวดล้อมของการมีส่วนร่วมให้ยั่งยืน
C1. แสดงถึงการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพและทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล
- ใช้กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมหลากหลายรูปแบบ
- แสดงถึงทักษะการสื่อสารด้วยถ้อยคำอย่างมีประสิทธิภาพ
- พัฒนาสายสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วม
- ฝึกการฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening)
- แสดงถึงความสามารถในการสังเกตและให้ข้อเสนอแนะต่อผู้เข้าร่วม
C2. ให้เกียรติและตระหนักถึงความหลากหลาย สร้างความมั่นใจอย่างทั่วถึง
- ส่งเสริมการมองเชิงบวกต่อประสบการณ์และการรับรู้ของผู้เข้าร่วมทุกคน
- สร้างบรรยากาศแห่งความปลอดภัยและไว้วางใจ
- สร้างโอกาสเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ประโยชน์จากความหลากหลายของกลุ่ม
- บ่มเพาะการตระหนักรู้เชิงวัฒนธรรมและการสัมผัสรับรู้ที่ว่องไว
C3. บริหารจัดการความขัดแย้งของกลุ่ม
- ช่วยให้บุคคลได้ระบุและทบทวนถึงสมมติฐานพื้นฐาน
- รับรู้ถึงความขัดแย้งในการเรียนรู้ของกลุ่มอย่างมีวุฒิภาวะ
- จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพื่อเผยความขัดแย้ง
- บริหารจัดการพฤติกรรมกลุ่มที่รบกวนกระบวนการ
- สนับสนุนกลุ่มด้วยการคลี่คลายความขัดแย้ง
C4. กระตุ้นให้เกิดความสร้างสรรค์ของกลุ่ม
- ดึงศักยภาพผู้เข้าร่วมในทุกรูปแบบการเรียนรู้/การคิด
- ส่งเสริมการคิดอย่างสร้างสรรค์
- ยอมรับทุกความคิดเห็น
- ใช้วิธีการที่เหมาะสมตามความต้องการและความสามารถของกลุ่ม
- กระตุ้นและเข้าถึงพลังงานกลุ่ม

กลุ่ม D ให้แนวทางกลุ่มเพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์
D1. ให้แนวทางกลุ่มด้วยวิธีการและกระบวนการที่ชัดเจน
- สร้างบริบทที่ชัดเจนในช่วงเวลา
- ฟังอย่างกระตือรือร้น ตั้งคำถาม และสรุป เพื่อนำความเป็นกลุ่มออกมา
- รับรู้ถึงแนวสัมผัสและเชื่อมต่อไปยังงาน
- บริหารกระบวนการกลุ่มขนาดเล็กและขนาดใหญ่
D2. เอื้ออำนวยให้กลุ่มเกิดการตระหนักรู้ในตนเองเกี่ยวกับงานของตน
- มีกิจกรรมในจังหวะที่หลากหลายตามความต้องการของกลุ่ม
- ระบุข้อมูลความต้องการของกลุ่ม ดึงข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกมาจากกลุ่ม
- ช่วยให้กลุ่มสังเคราะห์ รูปแบบ แนวโน้ม สาเหตุ และกรอบการทำงาน เพื่อการลงมือปฏิบัติ
- ช่วยให้กลุ่มได้สะท้อนประสบการณ์ของกลุ่ม
D3. ให้แนวทางกลุ่มเพื่อฉันทามติและผลลัพธ์ตามความต้องการ
- ใช้วิธีการที่หลากหลายในการบรรลุฉันทามติของกลุ่ม
- ใช้วิธีการที่หลากหลายในการบรรลุวัตถุประสงค์ของกลุ่ม
- ปรับเปลี่ยนกระบวนการตามสถานการณ์และความต้องการของกลุ่มที่เปลี่ยนแปลง
- ประเมินและสื่อสารถึงความก้าวหน้าของกลุ่ม
- ส่งเสริมให้งานเสร็จสมบูรณ์

กลุ่ม E สร้างและรักษาองค์ความรู้อย่างมืออาชีพ
E1. รักษารากฐานขององค์ความรู้
- มีความรู้ในการบริหารจัดการ ระบบและการพัฒนาองค์กร การพัฒนากลุ่ม จิตวิทยา และ การคลี่คลายความขัดแย้ง
- เข้าใจพลวัตของการเปลี่ยนแปลง
- เข้าใจทฤษฎีการเรียนรู้/การคิด
E2. รู้ขอบข่ายของวิธีการเอื้ออำนวย
- เข้าใจการแก้ปัญหาและรูปแบบการตัดสินใจ
- เข้าใจความหลากหลายของวิธีการกลุ่มและเทคนิค
- แยกแยะกระบวนการจากงานและเนื้อหา
- เรียนรู้กระบวนการ วิธีการ และรูปแบบใหม่ ๆ ที่สนับสนุนความจำเป็นเพื่อการเปลี่ยนแปลง/การผุดขึ้น ของลูกค้า
E3. รักษามาตรฐานอย่างมืออาชีพ
- มีส่วนร่วมในการศึกษา/เรียนรู้อย่างต่อเนื่องในสิ่งที่เกี่ยวข้อง
- เปิดรับข้อมูลในอาชีพของเราอย่างต่อเนื่อง
- ฝึกฝนการสะท้อนและการเรียนรู้
- สร้างองค์ความรู้และเครือข่ายในอุตสาหกรรมของตนเอง
- รักษาใบรับรอง

กลุ่ม F เป็นแบบอย่างของทัศนคติเชิงบวกอย่างมืออาชีพ
F1. ฝึกการประเมินตนเองและการตระหนักรู้ในตนเอง
- สะท้อนถึงพฤติกรรมและผลลัพธ์
- รักษาความสอดคล้องระหว่างการกระทำและค่านิยม ทั้งค่านิยมส่วนตัวและค่านิยมในอาชีพ
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเพื่อสะท้อนความต้องการของกลุ่ม
- บ่มเพาะความเข้าใจในคุณค่าตนเองและผลกระทบต่อการงานกับลูกค้า
F2. กระทำการด้วยความซื่อตรง
- แสดงให้เห็นถึงความเชื่อในกลุ่มและความเป็นไปได้
- เข้าหาสถานการณ์ด้วยความจริงแท้พร้อมทัศนคติเชิงบวก
- อธิบายสถานการณ์ตามบทบาทผู้เอื้ออำนวยที่มองเห็นเและสืบค้นสู่มุมมองที่แตกต่างไป
- สร้างแบบจำลองขอบเขตและจรรยาบรรณวิชาชีพ (IAF’s Statement of Values and Code of Ethics)
F3. ไว้วางใจศักยภาพของกลุ่มและวางใจเป็นกลาง
- ให้เกียรติภูมิปัญญาของกลุ่ม
- ส่งเสริมความไว้วางใจในความสามารถและประสบการณ์ของผู้อื่น
- ไหวตัวอย่างเท่าทัน เพื่อลดอิทธิพลต่อผลลัพธ์ของกลุ่ม
- รักษาวัตถุประสงค์ ไม่อยู่ในท่าทีปกป้อง ไม่อยู่ในท่าทีตัดสิน
IAF Core Competencies translated by Ronnie – Run Theeran
Updated on December 10, 2019
